คดีเกาะเต่ายังคงมืดแปดด้าน ตำรวจไม่มีหลักฐาน

จนกระทั่งมาถึงเดี๋ยวนี้ ตำรวจก็ยังคงมานะคลำหาเก็บหลักฐานให้ได้มากที่สุด

จากกระแสข่าวคดี หญิงสาวคนอังกฤษอ้างถูกกระทำชำเราบนเกาะเต่า ซึ่งสร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยวระดับประเทศในบ้านพวกเรานั้น

ทางตำรวจไทยต่างก็รีบคลำหาตัว ผู้ร้ายกันอย่างวุ่นวาย แม้กระนั้นติดปัญหาตรงที่ ไม่มีวี่แววซึ่งหลักฐานซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปสู่ตัวผู้ร้ายได้ รวมทั้งต้นเหตุหลายๆอย่างที่ไม่มีเหตุผล จนกระทั่งกำเนิดเปลี่ยนเป็นกระแสข่าวว่าความจริงแล้ว หญิงสาวคนอังกฤษนั้นถูกข่มขืนกระทำชำเราใช่หรือไม่ ซึ่งเป็นที่โต้แย้งวิจารณ์กันอย่างมากมายบนโลกออน์ไลน์

จนกระทั่งมาถึงเดี๋ยวนี้ ตำรวจก็ยังคงมานะคลำหาเก็บหลักฐานให้ได้มากที่สุด รวมทั้งการส่งพนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวน เดินทางไปหาผู้เสียหายยังอังกฤษ เพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติมแม้กระนั้นท้ายที่สุดแล้ว คดีนี้ก็อาจจะมาถึงทางตันเสียแล้ว เมื่อผู้เสียหายไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลเจาะจงถึงตัวผู้ร้ายได้แจ่มกระจ่าง ทางตำรวจไทยก็เลยจำต้องเลิกแนวทางการทำคดีนี้ไว่ก่อน ไปท้ายที่สุด

ย้อนกลับไป คดีดังที่กล่าวถึงแล้วเริ่มขึ้นเมื่อมีนักท่องเที่ยวสาวผู้ดีอังกฤษรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อมูลบนเฟสบุ๊กของตนเองถึงเหตุโชคร้ายที่ตนเผชิญบน เกาะเต่า ในประเทศไทย เมื่อตนถูกวางยา แล้วถูกฆาตกรขืนใจ พร้อมทั้ง โดนจารกรรมสินประจำตัวไปทั้งยัง บัตรเครดิต เงินสด3,000 บาท และก็ โทรศัพท์สมาร์ทโฟนยังถูกลักขโมยไปด้วย รวมทั้ง เมื่อโพสดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วถูกเผยแพร่ออกไปบนโลกอินเตอร์เน็ต ทางตำรวจก็ได้ลงพื้นที่ไปยังเกาะเต่าในทันทีเพื่อคลำหาหลักฐานต่างๆที่จะก่อให้เกิดตัวผู้ร้ายได้ โดยเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 25 เดือนมิถุนายน ก่อนหน้าที่ผ่านมา กระทั่งมาถึงจะต้องนี้นับเป็นนานแล้วที่คดีไม่พบเห็นร่องรอยที่ก้าวหน้า

โดยเมื่อเร็วๆนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตกลงใจทำเรื่องเพื่อผสานไปยังสถานทูตอังกฤษประจำเมืองไทย

สำหรับในการติดต่อขอเข้าหา หญิงสาวผู้เสียหายแล้วก็ครอบครัว ณ อังกฤษ เพื่อสืบสวนหารายละเอียดเพิ่มเติม แต่ว่าผลสรุปที่ได้นั้นยังคงตัวอย่างเช่นเดิม

เป็น หญิงสาวผู้เสียหาย ไม่อาจจะกำหนดถึง สัณฐาน ผู้ร้ายที่แจ้งชัดได้ ทั้งยังผิวสี ความสูง หรืออื่นๆของผู้ร้าย มีเพียงแต่หนวดเคราเพียงแค่นั้น ที่ผู้เสียหายคิดออกซึ่งน้อยเกินไป ต่อแนวทางการทำคดีสำหรับในการคลำหาตัวฆาตกรได้ รวมทั้งบัตรเครดิต ที่ถูกโขมยเอง ทางผู้เสียหายมีเพียงแค่การแจ้งขยันบัตรเครดิตเพียงแค่นั้น แต่ว่ามิได้มีการแจ้งสถาบันด้านการเงินเพื่อขอทำบัตรใหม่อะไร

ทำให้ข้อสรุปการเข้าสอบสวนในคราวนี้จำเป็นต้องจัดว่า มีการให้การที่น้อยจนถึงเหลือเกิน ก็เลยยากที่จะทำคดีถัดไปได้ ในเวลาเดียวกัน จากการพิจารณาเสื้อยืดที่ผู้เสียหายที่สวม ในขณะเกิดเหตุก็ไม่เจอคราบเปื้อนน้ำอสุจิ อะไร เจอเพียงแต่ดีเอ็นเอ ที่เกิดขึ้นมาจากการสัมผัส ของคนนอกทั้งยัง ผู้ชายและก็ผู้หญิงแค่นั้นแม้กระนั้น ไม่เจอหลักฐานอื่นๆซึ่งชี้ทางว่าถูกขืนใจอะไร

ส่วนหลักฐานอื่นๆที่มี ก็มิได้ช่วยทำให้การค้นหาดียิ่งขึ้นซักเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลต่างๆกลุ่มนี้ ก็เลยเป็นได้ยากที่จะทำคดีต่อได้ พร้อมด้วยแถลงจบการไต่ถามคดีข่มขืนกระทำชำเราบนเกาะเต่าไว้ก่อนโดยคาดว่าถ้ามีหลักฐานที่ชัดแจ้งกว่านี้ ทางตำรวจก็คงจะรื้อฟื้นทำคดีดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอีกรอบหนึ่ง

 

ติดตามบทความอื่นๆได้ที่นี่

ป้ายกำกับ:, ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *